พช. อากาศอำนวย : จิตอาสาพัฒนาชุมชนเอามื้อสามัคคี “โคก หนองนา พช.” และ ๑๘+๑ ปฏิบัติบูชา พัฒนาสร้างสรรค์ ปันสุข
วันศุกร์ ที่ 16 กรกฎาคม 2564
เวลา 09.00 น.
# นายกานต์ กาญจนวงศ์สกุล นายอำเภออากาศอำนวย พร้อมด้วยนายประสาท ทัศคร ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสกลนคร นายประดิษฐ์ คำมุลตรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาฮี นายวสันต์ ธุราวรรณ ครูอาสาพัฒนา นางวิจิตรา พวงเงิน ครู กศน. ตำบลนาฮี นางหทัยรัตน์ ฝ่ายหินร่อง พัฒนาการอำเภออากาศอำนวย เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภออากาศอำนวย และครอบครัวพัฒนา จำนวน 30 ครอบครัว ร่วมกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนาชุมชนเอามื้อสามัคคี” ณ แปลง นายประสิทธิ์ บุพศิริ บ้านสงเปือย หมู่ที่ 3 ตำบลนาฮี อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร
# ทั้งนี้ นายประสิทธิ์ บุพศิริ เป็นครัวเรือนเป้าหมายในการพัฒนาพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบโคก หนอง นา โมเดล ตามโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ปี 2564 ขนาด 3 ไร่ โดยมีกิจกรรมดังนี้
1) พิธีถวายความเคารพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี
2) กิจกรรมจิตอาสาร่วมกันปลูกต้นไม้รอบแปลง “โคก หนอง นา พช.”
3) กิจกรรม ๑๘+๑ ปฏิบัติบูชา พัฒนาชุมชนสร้างสรรค์ ปันสุข
-> การมอบทุนการศึกษาเด็กยากจน จำนวน 1 ทุน ได้แก่ ด.ญ.ปวีณา แก้วมณี อายุ 10 ปี
-> การมอบเครื่องอุปโภค บริโภค ครัวเรือนยากจน 1 ครัวเรือน ได้แก่ นายบุญสม ภูตอดี
4) กิจกรรมเอามื้อสามัคคีแปลง “โคก หนอง นา พช.”
-> เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล”
-> กิจกรรมปลูกต้นไม้รอบแปลง “โคก หนอง นา โมเดล”
-> กิจกรรมห่มดิน
-> กิจกรรมสาธิตฐานการเรียนรู้ (แซนวิชปลา)
# ในภาคบ่ายได้มีกิจกรรมถอดบทเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างครัวเรือนต้นแบบและผู้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมทั้งวางแนวทางในการขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” ให้มีการบริหารจัดการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ อย่างต่อเนื่อง ยั่งยืนต่อไป
# อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร ได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ปี 2564 จำนวน 2,007,200 บาท มีพื้นที่เป้าหมายดำเนินการ จำนวน 34 แปลง แบ่งเป็นพื้นที่ขนาด 3 ไร่ จำนวน 8 แปลง และ ขนาด 1 ไร่ จำนวน 26 แปลง
# สำหรับกิจกรรม “๑๘+๑ ปฏิบัติบูชา พัฒนาสร้างสรรค์ ปันสุข” สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสกลนครได้จัดทำขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแต่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2564 โดยกำหนดให้อำเภอทั้ง 18 อำเภอและ 1 สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ประสานภาคีเครือข่ายดำเนินการในห้วงเดือนกรกฎาคม 2564 ในการช่วยเหลือ แบ่งปัน ผู้ด้อยโอกาส ผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่
# กิจกรรมจิตอาสาเอามื้อสามัคคี เป็นกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงการร่วมแรงร่วมใจกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตามวัฒนธรรมและวิถีชีวิตเดิมที่พบในทุกพื้นที่ เป็นกระบวนการทำงาน “ทำแบบคนจน” ด้วยการใช้กิจกรรมเอามื้อสามัคคีมาขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ในแต่ละแปลง จึงเป็นการรื้อฟื้นเอาวิถีชีวิตดั้งเดิมวัฒนธรรมอันดีของคนไทยย้อนกลับมาปฏิบัติให้เกิดการปฏิบัติตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ รวมทั้ง สร้างความเป็นจิตอาสาพัฒนาชุมชน จนเกิดเครือข่ายที่มีพลังและความสามัคคี
# การเอามื้อสามัคคีนั้น ยังเป็นการเรียนรู้จากการฝึกปฏิบัติจริง โดยมีการแบ่งหน้าที่วางแผนการเอามื้อสามัคคี เริ่มจากการสร้างความรู้ เตรียมความพร้อมกิจกรรม จากนั้นแบ่งหน้าที่ แบ่งคน แบ่งงาน ภายใต้แนวคิด “คึกคัก คล่องแคล่ว ครื้นเครง” และการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งกิจกรรมเอามื้อสามัคคี เป็นการเรียนรู้ 10 ขั้นตอนตาม หลักกสิกรรมธรรมชาติ เช่น การร่วมกันเอามื้อห่มดิน ร่วมกันปลูกหญ้าแฝก การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ปลูกป่า 5 ระดับ การขุดคลองไส้ไก่ การทำหลุมขนมครก การปั้นคันนา การทำแซนวิซปลา ทำปุ๋ยชีวภาพ ปลูกดอกไม้ล่อแมลง รวมทั้งการปลูกพืชผักสวนครัวและพืชเศรษฐกิจ เช่น ข่า กล้วย ฝรั่ง มะม่วง พะยูง ยางนา ตลอดจนการปลูกพืชสมุนไพร เช่น ฟ้าทะลายโจร กระชาย เป็นต้น
# เมื่อเสร็จจากกิจกรรมลงมือปฏิบัติก็มีทานอาหารร่วมกัน โดยแต่ละคนนำอาหารจากบ้านตนเอง ซึ่งเป็นผลผลิตจากการทำเกษตรมาแบ่งปันกัน และในระหว่างการทานอาหารก็จะมีการแบ่งปันความรู้สึกดี ๆ การล้อมวงสนทนา เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ได้ทำจริง ซึ่งนอกจากจะได้มีการพัฒนาพื้นที่ของครัวเรือนต้นแบบตามหลักกสิกรรมธรรมชาติแล้ว ยังก่อให้เกิดการเรียนรู้ที่แท้จริงจากการฝึกปฏิบัติของผู้เข้าร่วมเอามื้อสามัคคีทุกคน เกิดเครือข่ายเอามื้อสามัคคีของครัวเรือนต้นแบบ ที่จะคอยช่วยเหลือกันเอามื้อสามัคคีในแปลงอื่น ๆ ในพื้นที่เครือข่าย ซึ่งจะก่อให้เกิดความสามัคคีปรองดองกันช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน สามารถเป็นพลังของชุมชนที่เข้มแข็งได้ ซึ่งจะทำให้ครัวเรือนมีความมั่นคง พออยู่ พอกิน พอใช้ และพอร่มเย็น พร้อมรับมือกับปัญหาด้านต่างๆ ได้ และที่สำคัญคือมีการปรับทัศนคติให้ประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาการได้รับการเรียนรู้ตลอดเวลาตลอดชีวิต เพื่อนำความรู้และคุณธรรมมาเป็นพื้นนฐานในการดำรงชีวิตนั่นเอง
# จะเห็นได้ว่าในการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ปี 2564 ที่จะช่วยให้พี่น้องประชาชนสามารถฟื้นตัว และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เมื่อเทียบกับการลงทุนในด้านอื่นๆ ถือว่ามีความเสี่ยงที่น้อย แต่กลับได้ผลประโยชน์อย่างคุ้มค่าและทั่วถึงตามหลักทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นหลักประกันในการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน และเป็นการยกระดับขีดความสามารถของชุมชนให้พึ่งตัวเองได้อย่างยั่งยืนต่อไป
~~~~~~?~~~~~~
** Change for Good**
**สกลนคร เมืองสามธรรม ธรรมะ ธรรมชาติ วัฒนธรรม**
**อยู่สกล รักสกล ทำเพื่อสกลนคร**
**ทีมประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานสารสนเทศฯ สพจ.สกลนคร…รายงาน**