ข่าวประชาสัมพันธ์

📢พช.สกลนคร : ประชุมหารือข้อกฎหมายท่องเที่ยวกลุ่ม OTOP นวัตวิถีบ้านท่าวัดเหนือ

📢พช.สกลนคร : ประชุมหารือข้อกฎหมายท่องเที่ยวกลุ่ม OTOP นวัตวิถีบ้านท่าวัดเหนือ

📢พช.สกลนคร : ประชุมหารือข้อกฎหมายท่องเที่ยวกลุ่ม OTOP นวัตวิถีบ้านท่าวัดเหนือ
ครั้งที่ ๑/๒๕๖๗
🗓วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗
📌ณ ศาลาท่าน้ำวัดมหาพรหมโพธิราช บ้านท่าวัดเหนือ ตำบลเหล่าปอแดง
อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร
นายมนตรี ฮมแสน พัฒนาการจังหวัดสกลนคร และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดสกลนคร ร่วมประชุมประชุมหารือข้อกฎหมายท่องเที่ยวกลุ่ม OTOP นวัตวิถีบ้านท่าวัดเหนือ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ ณ ศาลาท่าน้ำวัดมหาพรหมโพธิราช บ้านท่วัดเหนือ ตำบลเหล่าปอแดง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร โดยมี นางสาวจิราภรณ์ เบิกบานดี นายอำเภอเมืองสกลนคร เป็นประธาน
ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีบ้านท่าวัดเหนือ หมู่ที่ ๓ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร เป็นชุมชนท่องเที่ยวที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมการพัฒนาชุมชน โดยได้มีการประชุมและจัดตั้งคณะกรรมการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีบ้านท่าวัดเหนือ ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๑
และได้ทำการเปิดแพท่องเที่ยว เมื่อวันที่ ๒๖ ก.พ.๒๕๖๔ หลังจากนั้นประมาณ ๒ เดือนก็ประสบปัญหาเชื้อไวรัสโคโรน่าถูกสั่งงดล่องแพ ซึ่งขณะนั้นกำลังเป็นที่นิยมของนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป จอดแพทิ้งไว้ เป็นเวลาเกือบ ๒ ปี หลังคาที่เคยมุงหญ้าแฝกเปื่อยยุ่ยไปกับกาลเวลา จนมาเปลี่ยนเป็นหลังคาแผ่นอลูซิ่ง เพื่อให้มั่นคง แข็งแรง ค่าธรรมเนียมในล่องแพได้เก็บค่าบริการเที่ยวละ ๕๐ บาท เข้ากลุ่มฯ เพื่อเอาไว้ทำสาธารณะประโยชน์ให้ชุมชน เช่น ส่งเสริมประเพณีสำคัญของชุมชน ประเพณีบุญเดือนสาม ประเพณีสงกรานต์แห่พระ ตลอดจนส่งเสริมด่านชุ่มชนเจ็ดวันอันตราย และทำนุบำรุงศาสนา จุดเช็คอิน ป้ายบอกทางฯลฯ ทั้งนี้ รายได้จากการทำท่องเที่ยวแพทำให้ชุมชนมีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ ช่วยยกระดับการท่องเที่ยวโดยขุมชนได้เป็นอย่างดี
ในการนี้ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีบ้านท่าวัดเหนือ หมู่ที่ ๓ จึงขอหารือข้อกฎหมายท่องเที่ยว เพื่อดำเนินการด้านการท่องเที่ยว ดังนี้
๑. การขอเพิ่มจำนวนแพท่องเที่ยวจาก ๓๕ ลำ เป็น ๖๐ ลำ
กลุ่มแพ OTOP นวัตวิถีบ้านท่าวัดเหนือ ได้ดำเนินการส่งเสริมการท่องเที่ยวในหนองหารบ้านท่าวัดเหนือ หมู่ที่ ๓ และบ้านท่าวัดใต้ หมู่ที่ ๙ ตำบลเหล่าปอแดง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร กิจกรรมหลักคือการบริการแพท่องเที่ยวในน่านน้ำหนองหาร จำนวน ๓๕ ลำซึ่งเป็นการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในระดับจังหวัด เสริมสร้างรายได้ให้ชุมชนในพื้นที่และฟื้นที่ใกล้เคียง จึงขอเพิ่มจำนวนแพท่องเที่ยวจาก เดิม ๓๕ ลำ เป็นจำนวน ๖๐ ลำ โดยใช้
พื้นที่เท่าเดิมบริเวณบ้านท่าวัดเหนือหมู่ที่ ๓ และบ้านท่วัดใต้ หมู่ที่ ๙ เป็นการยกระดับการท่องเที่ยวและเพิ่มศักยภาพในการท่องเที่ยว และให้บริการนักท่องเที่ยวได้เพียงพอกับความต้องการ และไม่กระทบกับพื้นที่การหาปลาของชุมชนที่มีอาชีพทำประมง เป็นอาชีพรองพร้อมกับมีมาตรการในการป้องกันความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวด้วย
๒. มาตรการในการจอดแพ ๖๐ ลำ
ตามระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสือให้จอดแพ พ.ศ. ๒๕๖๓ “แพ”หมายความว่า แพคนอยู่ที่จอดประจำที่โดยไม่มีลักษณะการใช้เป็นยานพาหนะทางน้ำและไม่มีโครงสร้างส่วนหนึ่งส่วนใดที่ยึดติดตรึงกับพื้นดินใต้ท้องน้ำหรือฟื้นดินที่ติดต่อกับทางน้ำในลักษณะเป็นการถวร”เสาหลักสำหรับผูกแพ”หมายความว่าเสาหลักที่ใช้ประโยชน์ในการผูกจอดแพที่มีลักษณะไม่เป็นการถาวร สามารถรื้อถอนหรือเปลี่ยนแปลงตำแหน่งการปักเสาได้และ
ครั้งนี้ในการเพิ่มแพ กลุ่มจึงขอแจ้งให้ทราบว่าการจอดแพ จอดลักษณะดังต่อไปนี้
จอดเรียงหน้ากระดาน และเรียงต่อแถวยาวเรียง ๑ ตามที่เจ้าของแพสะดวก โดยจอดติดริมฝั่งหนองหาร โดยใช้ไม้กระดาน หรือใช้สะพานไม้ไผ่เป็นทางเดินขึ้นแพ และผูกจอดแพตอกเสาไม่เป็นการถาวรสามารถรื้อถอนได้ตามระเบียบเจ้าท่าจอดเรือเรียงกันโดยใช้สะพานไม้ไผ่พร้อมราวกันตกน้ำและใช้เชือกผูกยึดแพแต่ละลำเข้ากับหลักและตัวสะพาน ใช้ยางรถยนต์ผูกยึดข้างแพเพื่อป้องกันแพกระแทกสะพานจะไม่เบียนดกันหรือเคลื่อนที่ขณะจอด ลักษณะเป็นสะพานไม้ทอดยาว แพจอดเรียงกันทางซ้ายและทางขวาของสะพานโดยใช้หลักและตัวสะพาน
ใช้ยางรถยนต์ผูกยึดข้างแพและตัวสะพานเพื่อป้องกันแพกระทบสะพาน เว้นระยะห่างระหว่างแพจะไม่เบียดกันหรือเคลื่อนที่ขณะจอด
๓. การเพิ่มแผนการท่องเที่ยวทางน้ำเพื่อใช้แพหรือเรือยนต์
ขอเสนอที่ประชุมเพิ่มแผนท่องเที่ยวทางน้ำเพื่อใช้แพหรือเรือยนต์ที่นั่งไม่เกิน ๒๕ คน เป็นพาหนะ โดยนำนักท่องเที่ยวเลาะริมฝั่งเก็บดอกบัวหลวง บัวแดง และชมนก ชมดอกไม้ป่า และป่าชาย
เกาะ ดูหมูป่าที่ปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ กินหอย กินหน่อไม้ กินหญ้าเป็นอาหาร แต่มันจะจดจำเจ้าของได้ โดยใช้วิธีเรียกหมูมาหา เช่น เป่าปาก เคาะถัง เคาะกะลา ร้องเพลง มันจะวิ่งมาหา สามารถเช็คจำนวนหมูของตัวเองได้ แล้วไปเที่ยวเกาะดอนสวรรค์ ชมบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ไหว้พระและชมต้นไม้อายุ ๑๐๐ ปีต้นใหญ่ใช้คนโอบ ๓ คน ขึ้นฝั่งรับประทานอาหารกลางวันที่บ้านท่าแร่เพื่อชมตึกเก่าสไตล์ฝรั่งเศส และอาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ที่มีลักษณะคล้ายเรือ ขับเรือเลาะฝั่งบ้านแป้น บ้านน้ำพุ บ้านจอมแจ้ง (อ.โพนนาแก้ว) แล้วไปชมประตูน้ำสุรัสวดี ซึ่งน้ำหนองหาร
ไหลลงไปน้ำก่ำเพื่อไหลลงสู่แม่น้ำโขง เลาะริมฝั่งต่อมา ขึ้นไหว้พระ ที่สำนักสงฆ์เอวขันธ์ มีศาลาทองคำ มีสถูปเจดีย์เอวขันธ์เก่าแก่ให้ขอพร แล้วแวะวัดกลางศรีเชียงใหม่(บ้านท่าวัดใต้ จุดสุดท้าย เพื่อขึ้นชมพิพิธภัณฑ์ในสมัยทวารวดี แล้วกลับมาที่ศาลาท่าน้ำวัดมหาพรหมจุดจอดแพและเรือยนต์ ซึ่งแต่ละจุด มีเครือข่ายที่ท่องเที่ยวทางน้ำร่วมกันและต้องดูเวลา และวัยของนักท่องเที่ยวด้วย ทั้งนี้เราจะมีไกด์นำเที่ยวทุกครั้ง
๔. การท่องเที่ยวโดยนำแพหรือเรือยนต์ที่นั่งไม่เกิน ๒๕ คน ชมประเพณีแห่ดาวทางน้ำของบ้านท่าแร่ โดยกลับเข้าฝั่งไม่ เกิน ๒๒.๐๐ น. อุปกรณ์ชูชีพพร้อมเพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวปลอดภัย
🌍💞เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง💞🌎
#WorldSoilDay
#วันดินโลก
#UN
#FAO
#GlobalSoilPartnership
#MOI
#กระทรวงมหาดไทย
#บำบัดทุกข์บำรุงสุข
#SoilandWaterasourceoflife
#SustainableSoilandWaterforbetterlife
#ดินดีน้ำดีชีวีมีสุขอย่างยั่งยืน
#SDGsforAll
#ChangeforGood
~~~~~~🌟~~~~~~
ภาพ/ข่าว กลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน

(Visited 1 times, 1 visits today)