ข่าวประชาสัมพันธ์

พช.สกลนคร : น้อมนำพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” สู่ความยั่งยืน นำกลุ่มทอผ้าร่วมกิจกรรม Coaching การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ด้านผ้าไทย และงานหัตถกรรม “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา”

พช.สกลนคร : น้อมนำพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” สู่ความยั่งยืน นำกลุ่มทอผ้าร่วมกิจกรรม Coaching การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ด้านผ้าไทย และงานหัตถกรรม “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา”

วันอาทิตย์ ที่ 2 เมษายน 2566
เวลา 13.00 น.
** นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ดร.ศรินดา จามรมาน ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นายศิริชัย ทหรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านผ้าไทย นักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ THEATRE นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ WISHARAWISH นายพลพัฒน์ อัศวะประภา นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ ASAVA นายภูภวิศ กฤตพลนารา นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ ISSUE ร่วมแถลงข่าวโครงการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา” และงานหัตถกรรม โดยมี นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายนิติพัฒน์ ลีลาเลิศแล้ว นายสุรศักดิ์ อักษรกุล นายเจนเจตน์ เจนนาวิน นายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายวิฑูรย์ นวลนุกูล นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ผศ.รวิเทพ มุสิกปาน อาจารย์กรกลด คำสุข อาจารย์นุวัฒน์ พรมจันทึก ผู้เชี่ยวชาญด้านการย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ช่างทอผ้า และช่างหัตถกรรม และสื่อมวลชน ร่วมรับฟัง ณ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
** ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นับเป็นบุญของคนไทยทุกคนที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเพียรพยายามมามากกว่า 50 ปี นับเนื่องตั้งแต่ที่บ้านนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ในปี 2513 ก่อกำเนิดเป็นศูนย์ศิลปาชีพแห่งแรกในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพัฒนาเป็นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และยิ่งเป็นความโชคดีของพวกเราคนไทยทุกคนที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระปณิธานที่มุ่งมั่นแน่วแน่ในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ด้วยการทรงเข้ามาสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงลงมาเป็นหัวขบวนในการขับเคลื่อนการพัฒนายกระดับและส่งเสริมให้ผู้คนได้เห็นคุณค่าของผ้าไทย และพระราชทานโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพราะผ้าไทยนั้นไม่ใช่แค่เครื่องนุ่งห่มที่เรามีไว้เพื่อให้เกิดความสวยงาม แต่ผ้าไทยยังเป็นเครื่องมือในการที่จะพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องในชนบทอีกเป็นล้านครอบครัวให้ได้มีรายได้ที่ดี ซึ่งพระองค์ท่านทรงมุ่งหวังในการที่จะช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ท่านให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยทรงนำองค์ความรู้ทางวิชาการที่ทรงศึกษา ทั้งเรื่องของแฟชั่นสมัยใหม่ ศิลปะ การตลาด มาต่อยอดสิ่งที่สมเด็จย่าของพระองค์ได้ทำไว้ให้กับช่างทอผ้าและคนไทยทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า “ต่อยอดเป็นสิ่งที่ยาก” แต่ด้วยพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สิ่งมหัศจรรย์จึงได้เกิดขึ้น มีตัวอย่างความสำเร็จ เช่น แบรนด์ขวัญตาของน้องอ๋อย สุมามาลย์ เต๊จ๊ะ ที่สามารถน้อมนำพระราชดำริ มาทำให้เกิดเป็นผืนผ้าที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ตามแฟชั่นสมัยใหม่สอดคล้องความต้องการของตลาด
** ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า สิ่งที่สำคัญที่พระองค์ท่านได้พระราชทาน นอกจากการทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีแล้ว คือ เรื่องความรู้และการคำนึงถึงความยั่งยืนของโลกเรา ดังคำกล่าวที่ว่า No plan B because we have only one planet “เรามีเพียงแผนเดียวเท่านั้นเพื่อโลกใบเดียวนี้ เราต้องช่วยกันรักษาและช่วยกันทำเดี๋ยวนี้” ซึ่งพระองค์ได้ทรงทำให้ผ้าไทยในทุกวันนี้ได้ช่วยรักษาโลกใบนี้ เพราะพระองค์ทรงสอนให้เราใช้สีธรรมชาติ ใช้วัสดุธรรมชาติ ไม่ใช้เส้นไหมจากโรงงาน ไม่ใช้เส้นฝ้ายจากโรงงาน แต่เป็นเส้นไหมเส้นฝ้ายที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของพวกเรา ด้วยการปลูกฝ้าย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ปลูกต้นไม้ให้สีธรรมชาติ เอาสิ่งรอบตัวจากธรรมชาติมาผสมผสาน ใช้ย้อมสี ซึ่งด้วยพระอัจฉริยภาพดังกล่าว กลายเกิดเป็น Sustainable Fashion หรือ “แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” จนล่าสุดองค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก ได้รับรอง carbon footprint ว่าผ้าไทยเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เพราะไหมและฝ้ายที่ทุกคนได้น้อมนำพระดำริมาขับเคลื่อนนั้นได้รับการยกย่องว่าเป็นผืนผ้ารักษ์โลก นอกจากนี้ พระองค์ยังได้พระราชทานพระดำริ “หมู่บ้านยั่งยืน : Sustainable Village” ให้ชาวมหาดไทยทั้ง 878 อำเภอ 7,255 ตำบล ได้น้อมนำมาส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ทั้งการสวมใส่ใช้ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน การพึ่งพาตนเอง ปลูกพืชผักสวนครัวที่เป็นผักปลอดภัยปลอดสารพิษไว้รับประทาน ช่วยลดรายจ่าย ทำให้มีเงินในกระเป๋าเหลือมากขึ้น คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อนและมีการคัดแยกขยะตั้งแต่ครัวเรือน รวมทั้งถ่ายทอดประเพณีวัฒนธรรมองค์ความรู้ของชุมชน/หมู่บ้าน เพิ่มมากขึ้น กระทั่งล่าสุดคณะจากองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย ได้เชิญรองเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ไปดูงานที่บ้านโก่งธนู อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี และยกย่องสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ว่าทรงเป็นแรงผลักดันขับเคลื่อนที่ก่อให้เกิดการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเกิดขึ้น โดยทรงเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญที่ทำให้การขับเคลื่อนผ้าไทยสู่ความยั่งยืนโดยองค์รวม เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จึงขอให้พวกเราได้ช่วยกันน้อมนำพระดำริ ทำให้เกิดการขยายผลไปยังพี่น้องประชาชนช่างทอผ้าและคนไทยทั่วประเทศ ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
** นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชน ได้ดำเนินโครงการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา” โดยมีเป้าหมายกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ช่างทอผ้าและงานหัตถกรรม ทุกจังหวัด ทั่วประเทศ รวม 5,000 ชิ้น ร่วมโครงการฯ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน ดำเนินการพัฒนาผ่านการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา” เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 4 สิงหาคม 2566 ณ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดและอำเภอทั่วประเทศ ณ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดและอำเภอ ในพื้นที่ภูมิลำเนาของผู้สมัคร โดยการตัดสินการประกวดระดับภาค และรอบก่อนรองชนะเลิศ กรมการพัฒนาชุมชน ได้กำหนดพื้นที่ 5 จุดดำเนินการ ในระดับภาค 4 ภาค และรอบก่อนรองชนะเลิศ ได้แก่ 1) ภาคกลาง ระหว่างวันที่ 18 – 19 สิงหาคม 2566 2) ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 25 – 26 สิงหาคม 2566 3) ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 1 – 2 กันยายน 2566 4) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 8 – 10 กันยายน 2566 และ 5) กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 23 – 24 กันยายน 2566 (รอบก่อนรองชนะเลิศ) การตัดสินการประกวดระดับประเทศ รอบรองชนะเลิศ (Semi Final) ในวันที่ 30 กันยายน 2566 และรอบตัดสินระดับประเทศ (Final) ในวันที่ 31 ตุลาคม 2566
** ในการนี้นายมนตรี ฮมแสน พัฒนาการจังหวัดสกลนคร ได้นำผู้แทนกลุ่มทอผ้าของจังหวัดสกลนคร ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย จำนวน 7 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มทอผ้าบ้านคำประมง กลุ่มไอดินกลิ่นคราม กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านตอเรือ กลุ่มครามบัวทอง กลุ่มไทสกลลผ้าคราม กลุ่มทอผ้าบ้านวังปลาเซือม และกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย “ดอนกอยโมเดล” เข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์ที่นำไปร่วมกิจกรรมได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงาน โดยมียอดจำหน่าย 23,600 บาท
~~~~~~?~~~~~~
#ผ้าไทยใส่ให้สนุก
#WorldSoilDay
#วันดินโลก
#soilswherefoodbegins
#Soils4Nurition
#FAO
#MOI
#กระทรวงมหาดไทย
#บำบัดทุกข์บำรุงสุข
#SDGsforAll
#ChangeforGood
#อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน
#กรมการพัฒนาชุมชน
#CDD
~~~~~~?~~~~~~
** Change for Good**
**สกลนคร เมืองสามธรรม ธรรมะ ธรรมชาติ วัฒนธรรม**
**อยู่สกล รักสกล ทำเพื่อสกลนคร**
**ทีมประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานสารสนเทศฯ สพจ.สกลนคร…รายงาน**

(Visited 1 times, 1 visits today)