พช.โคกศรีสุพรรณ : จัดกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนาชุมชนเอามื้อสามัคคี”
วันอังคาร ที่ 27 กรกฎาคม 2564
เวลา 09.00 น.
# นายเอกภพ โสภณ นายอำเภอโคกศรีสุพรรณ มอบหมายให้นายประครองศักดิ์ ขันเพียแก้ว ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นประธานเปิดกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนาชุมชนเอามื้อสามัคคี” เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2564 พร้อมด้วยพัฒนาการอำเภอโคกศรีสุพรรณ นักวิชาการพัฒนาชุมชนสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสกลนคร และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอโคกศรีสุพรรณ ณ แปลง “โคก หนอง นา พช.” ของนายสิทธิชัย พลราชม บ้านโพนค้อ หมู่ที่ 1 ตำบลเหล่าโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร
# ทั้งนี้ นายสิทธิชัย พลราชม เป็นครัวเรือนเป้าหมายในการพัฒนาพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” ตามโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ปี 2564 ขนาด 1 ไร่ โดยมีกิจกรรมดังนี้
1) พิธีถวายความเคารพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี
2) กิจกรรมจิตอาสาร่วมกันปลูกต้นไม้รอบแปลง “โคก หนอง นา พช.”
3) กิจกรรมเอามื้อสามัคคีแปลง “โคก หนอง นา พช.”
-> เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล”
-> กิจกรรมปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
-> กิจกรรมปลูกสมุนไพร ต้านภัย Covid-19 (กระชาย ขิง และฟ้าทะลายโจร) จำนวน 150 ต้น
-> กิจกรรมห่มดิน
-> กิจกรรมสาธิตฐานการเรียนรู้ (การทำน้ำหมักรสจืด และการต่อกิ่งแบบเสียบยอดมะม่วง)
# ในภาคบ่ายได้มีกิจกรรมถอดบทเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตและผู้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมทั้งวางแนวทางในการขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” ให้มีการบริหารจัดการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ อย่างต่อเนื่อง ยั่งยืนต่อไป
# อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ปี 2564 จำนวน 1,584,800 บาท มีพื้นที่เป้าหมายดำเนินการ จำนวน 16 แปลง แบ่งเป็นพื้นที่ขนาด 3 ไร่ จำนวน 3 แปลง และ ขนาด 1 ไร่ จำนวน 13 แปลง
# จังหวัดสกลนคร มีพื้นที่ทั้งหมด 18 อำเภอ โดยได้รับงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบตามโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” จำนวน 21 แปลง และโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 156 แปลง รวมทั้งสิ้น 177 แปลง ทั้งหมดอยู่ระหว่างการดำเนินกิจกรรมเอามื้อสามัคคี เพื่อเตรียมความพร้อมพื้นที่ในการที่จะพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ฯ โดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและภาคีเครือข่ายเพื่อให้สามารถบริการผู้สนใจ พร้อมทั้งได้ร่วมกันวางแนวทางในการขับใจเคลื่อนศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” ให้มีการบริหารจัดการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ อย่างต่อเนื่อง และให้เกิดความยั่งยืนต่อไป
# พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2523 ของการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
**ป่า 3 อย่าง ประกอบด้วย
1) ป่าไม้ใช้สอย เช่น สะเดา ไม้ไผ่ เป็นต้น
2) ป่าไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้สัก ประดู่ พะยูง เป็นต้น
3) ป่าไม้กินได้ เช่น กล้วย มะม่วง และผักกินใบต่าง ๆ เป็นต้น
**ประโยชน์ 4 อย่าง ประกอบด้วย
1) ไม้ใช้สอย สำหรับใช้ในครัวเรือน เช่น นำมาสร้างบ้าน ทำเล้าเป็ด เล้าไก่ ด้ามจอบเสียม ทำหัตถกรรม หรือกระทั่งใช้เป็นเชื้อเพลิง (ฟืน) ในการหุงต้ม
2) เป็นแหล่งรายได้ของครัวเรือน เป็นพืชที่สามารถนำมาจำหน่ายได้ ซึ่งควรปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องราคาตกต่ำและไม่แน่นอน
3) นำมาเป็นอาหาร นำมาเป็นอาหาร ทั้งพืชกินใบ กินผล กินหัว และเป็นยาสมุนไพร
4) ประโยชน์ในการช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ การปลูกพืชที่หลากหลายอย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างสมดุลของระบบนิเวศ ช่วยปกป้องผิวดินให้ชุ่มชื้น ดูดซับน้ำฝน
# การปลูกป่า 5 ระดับตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ ประกอบด้วยต้นไม้หลากหลายชนิดพันธุ์ โดยเราสามารถจัดแบ่งตามระดับช่วงความสูงและระบบนิเวศได้ 5 ระดับ ดังนี้
1) ไม้สูง เช่น ตะเคียน ยางนา เต็ง รัง เป็นกลุ่มไม้เรือนยอดสูงสุดและอายุยืน
2) ไม้กลาง เป็นกลุ่มต้นไม้ที่ไม่สูงนัก ไม้ในระดับนี้ ได้แก่ บรรดาไม้ผลที่เก็บกินได้ เช่น มะม่วง ขนุน มังคุด กระท้อน ไผ่ สะตอ
3) ไม้เตี้ย เป็นกลุ่มต้นไม้พันธุ์พุ่มเตี้ย ไม้ในระดับนี้ เช่น พริก มะเขือ กะเพรา ติ้ว ผักหวานบ้าน เหลียง
4) ไม้เลื้อยเรี่ยดิน ไม้ในระดับนี้เป็นตระกูลไม้ล้มลุกที่ทอดยอดเลื้อยได้ เช่น พริกไทย รางจืด ฟักทอง แตงกวา
5) ไม้หัวใต้ดิน ไม้หัวอยู่ใต้ดิน ไม้ในระดับนี้ คือ มัน เผือก กลอย กวาวเครือ ขิง ข่า
# จะเห็นได้ว่าในการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ปี 2564 ที่จะช่วยให้พี่น้องประชาชนสามารถฟื้นตัว และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เมื่อเทียบกับการลงทุนในด้านอื่นๆ ถือว่ามีความเสี่ยงที่น้อย แต่กลับได้ผลประโยชน์อย่างคุ้มค่าและทั่วถึงตามหลักทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นหลักประกันในการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน และเป็นการยกระดับขีดความสามารถของชุมชนให้พึ่งตัวเองได้อย่างยั่งยืนต่อไป
~~~~~~?~~~~~~
** Change for Good**
**สกลนคร เมืองสามธรรม ธรรมะ ธรรมชาติ วัฒนธรรม*
**อยู่สกล รักสกล ทำเพื่อสกลนคร**
**ทีมประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานสารสนเทศฯ สพจ.สกลนคร…รายงาน**